วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แก้ม กานต์กับเวลาที่เหลืออยู่ของแม่

 แก้มและ กานต์ กับวันเวลาที่เหลือของแม่ 

  กว่าผมจะได้หย่อนก้นลงมานั่งพิมพ์ต้นฉบับเรื่องนี้ เวลาก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่ม 
เมื่อ ๕ ชั่วโมงก่อน ผมยังนั่งทำงานอยู่ที่บริษัท ก่อนจะรีบเก็บของเมื่อได้ยินเสียง
สัญญาณ เลิกงาน

 ผมและตะวันที่ปลายฟ้ามีนัดกันที่จะไปเยี่ยมคน คนหนึ่ง ที่จังหวัด อ่างทอง
 ห่างจากที่ทำงาน (อยุธยา) ไปประมาณ ๔๐ กิโลเมตร แต่ห่างจากบ้านผม ๘๐ กม.
 และห่างจากที่พักของ ตะวันที่ปลายฟ้า ราว ๑๒๐ กม. เรารีบออกเดินทางพร้อมกับแผนที่
ในมือ เพราะกลัวจะมืดเสียก่อน ไม่นานเราก็ไปถึงจุดกลับรถ และรีบตรวจสอบเส้นทาง
 โดยถามทางไปเรื่อย ๆ และโทรไปตามเบอร์ที่แจ้งไว้ พอใกล้ถึง ก็มีคนขับมอเตอร์ไซด์ มารับ

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงบ้านไม้ใต้ถุน สูง คงจะกันน้ำท่วม คนที่มารับเราก็คือ
 พ่อของคนที่เราต้องการมาพบ เราพากันเดินไปที่ใต้ถุนบ้าน เจ้าตูบวิ่งมาต้อนรับอย่างเป็นมิตร 
ผมละสายตาจากเจ้าตูบ แล้วมองผ่านสูงขึ้นไป ที่บนแคร่ไม้ ร่างหญิงสาว 
ที่ไม่น่าเชื่อว่าเธออายุราว ๒๔ ปี เธอคือ ชุติมา เฉลิมถ้อย” สาวโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค
 (บางปะอิน อยุธยา) 
 ชุติมา เป็นใคร ผมไม่รู้จักเธอหรอก และไม่เคยเกี่ยวข้องใด ๆ กับเธอทั้งสิ้น 
คงจะมีเพียงฐานะเดียวที่ดูจะห่างไกลแต่ใช้กันบ่อยเหลือเกินคือ 
ฐานะเพื่อนร่วมโลก” ชุติมาป่วยเป็นโรคมะเร็งโพรงจมูก ระยะสุดท้าย
 เธอไม่กินอาหารมา ๒ อาทิตย์แล้ว ทำให้ร่างกายเธอทรุดลงมาก เธอพูดขึ้นเบา ๆ ว่า
 ใครมา” “เก๋ไง” ตะวันที่ปลายฟ้าตอบ เธอยกมือไหว้ ในท่าที่นอนตะแคงอยู่
 แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก โดยมีพ่อซึ่งดูแลอย่างใกล้ชิด
 “ชุติมา” เป็นพนักงานบริษัทเดียวกับตะวันที่ปลายฟ้า เธอเป็นคนขยันและนิสัยดี
 ก่อนหน้านี้ เธอไปผ่าตัดเนื้องอกในโพรงจมูก แต่ต่อมา มันก็ได้กลายเป็นเนื้อร้าย
 เกาะกินสังขารของเธอ ด้วยรายได้ที่น้อยนิด กระนั้น บริษัทฯ ที่จ้างเธอก็ยังจ่ายค่าแรงเธอทุก ๆ เดือน 
แม้เธอจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้นานกว่าครึ่งปีแล้ว
 ส่วนสามีของเธอนั้น โชคร้าย ต้องออกจากงานด้วยพิษเศรษฐกิจ 
และไปหางานรับจ้างก่อสร้างรายวันแถว ๆ นั้น 
 ผมไม่อาจมองสภาพของเธอได้นาน หลบหน้ามาคุยกับญาติ ๆ ที่รายล้อม
 พร้อมกับเด็กหญิงหน้าตาบ๊องแบ้ว และเด็กชายที่ดูจะเหนียมอาย 
เธอคือ แก้ม (น้องสาว) และ กานต์ (พี่ชาย) สองพี่น้อง วัย ๔ ขวบ และ ๕ ขวบ 
กว่าจะขอถ่ายรูปได้ พวกเขาอาจจะรับรู้ได้ว่าแม่เป็นอะไร
 แต่ไม่รู้หรอกว่าแม่จะอยู่กับพวกเขาได้นานขนาดไหน ตากับยายของแก้มและกานต์
 มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าวโพดหวานขาย นอกจากนี้ก็ไม่มีรายได้อื่นอีก 

ผมไม่อาจพูดหรือตั้งคำถามใด ๆ สำหรับหนูน้อยสองคนนี้ มากนัก จำต้องระวังปากระวังคำอย่างมาก
 ไม่กล้าถามเรื่องแม่ของพวกเขา และทั้งสองก็ยังดูไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้าอย่างเรา แก้มและกานต์ 
ยังคงจะต้องมีชีวิตและอนาคตต่อไปอีกยาวไกล แต่แม่ของพวกเขาจะต่อสู้กับโรคร้าย
ที่กัดกินร่างกายของเธอไปได้นานสักเพียงใด แล้วใครจะเป็นผู้ดูแลเธอทั้งสอง 


   
 ขอเชิญบริจาคเงินช่วยเหลือ และเป็นทุนการศึกษา
 สำหรับ แก้ม และกานต์ ที่บัญชี นางสาว ชุติมา เฉลิมถ้อย ธนาคารไทยพาณิชย์ 
สาขาถนนโรจนะ (อยุธยา)  เลขที่บัญชีออมทรัพย์  782-2 24508-2
(คุณพ่อของเธอเป็นคนถือบัตรเอทีเอ็มไว้) 
  

ขอบุญกุศล ที่ท่านได้กระทำในครั้งนี้ จงนำพาชีวิตของท่านและครอบครัว ไปสู่ความสุขความเจริญ มีโชคลาภ ชนะหมู่มาร แคล้วคลาดเคราะห์ร้าย ไร้ทุกข์โศกโรคภัย มาใกล้กราย ขออนุโมทนา
หมายเหตุ ภาพที่นำมาลงนี้ ได้ขออนุญาตจากคุณพ่อ และ ญาติ ๆ ของเธอแล้ว





เกิดชาติหน้าก็ขอให้สวยๆ,หล่อๆรวยๆนะครับ
เพื่อนของฉัน เพื่อนของฉันคนนี้ชื่อ น.ส ชุติมา หรือ ติ
ทำงานบริษัทเดียวกับฉันเป็นคน จ.อ่างทอง
เธออายุเพียงแค่ 24 ปี เธอมีลูกสองคน ขวบกับ 6ขวบ

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ช่ายน่ารักทั้งคู่
เพื่อนของฉันมีความสุขกับชีวิตครอบครัว พ่อ แม่ ลูก
อนาคตไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองรวมทั้งเพื่อนฉันด้วย 

ตอนนี้ชีวิตเธอน่าสงสาร เธอเป็นมะเร็งโพงจมูกระยะขั้นสุดท้าย
ชีวิตของเธอเหลือเวลาอีกไม่นานที่จะอยู่กับครอบครัว

และลูกของเธอสิ่งที่เธอห่วงที่สุด
ในตอนนี้คือลูกของเธอที่เป็นแก้วตาดวงใจของเธอจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีแม่ยังเล็กทั้งคู่
ฉันจึงอยากจะให้เพื่อนๆในโลกใบนี้ที่ได้รับ mail ของฉัน

แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆของท่านให้กับเพื่อนของฉันด้วย
ชีวิตของเธอเหลือเวลาอีกไม่นานและเธอต้องจาก
โลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ (ฉันมีโอกาสช่วยเธอได้มากกว่านี้หรือเปล่า)
ขอขอบคุณผู้ที่มีน้ำใจทุกท่าน
ติดต่อให้การช่วยเหลือ 08-02609848 คูณ พัชรี(ติ้ก) 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น