วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

บริจาคโลหิต เพื่อการปลูกถ่าย stem cell

องของน้ำเพิ่งเปลี่ยนถ่าย Stem Cell เนื่องจากเป็น มะเร็งเม็ดเลือดขาว
ตอนนี้น้องอยู่
ICU ค่ะ น้องขาดเลือด

กำลังต้องการเลือดจำนวนมาก

ยังไงก็ขอความกรุณาเพื่อนๆด้วยนะคะ
ว่าใครบริจาค เลือด กรุ๊ป
O หรือ เกร็ดเลือด กรุ๊ป A ที่สภากาชาดไทย กรุ๊ป A,O นะคะ

'
ระบุว่าบริจาคให้ นายเขตนันท์ วัชระมงคล ที่เพิ่งปลูกถ่าย Stem Cell'

ถ้ามีอะไรสงสัยโทรมาถามได้ที่เบอร์
 089-4587738  089-4587738

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แก้ม กานต์กับเวลาที่เหลืออยู่ของแม่

 แก้มและ กานต์ กับวันเวลาที่เหลือของแม่ 

  กว่าผมจะได้หย่อนก้นลงมานั่งพิมพ์ต้นฉบับเรื่องนี้ เวลาก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่ม 
เมื่อ ๕ ชั่วโมงก่อน ผมยังนั่งทำงานอยู่ที่บริษัท ก่อนจะรีบเก็บของเมื่อได้ยินเสียง
สัญญาณ เลิกงาน

 ผมและตะวันที่ปลายฟ้ามีนัดกันที่จะไปเยี่ยมคน คนหนึ่ง ที่จังหวัด อ่างทอง
 ห่างจากที่ทำงาน (อยุธยา) ไปประมาณ ๔๐ กิโลเมตร แต่ห่างจากบ้านผม ๘๐ กม.
 และห่างจากที่พักของ ตะวันที่ปลายฟ้า ราว ๑๒๐ กม. เรารีบออกเดินทางพร้อมกับแผนที่
ในมือ เพราะกลัวจะมืดเสียก่อน ไม่นานเราก็ไปถึงจุดกลับรถ และรีบตรวจสอบเส้นทาง
 โดยถามทางไปเรื่อย ๆ และโทรไปตามเบอร์ที่แจ้งไว้ พอใกล้ถึง ก็มีคนขับมอเตอร์ไซด์ มารับ

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงบ้านไม้ใต้ถุน สูง คงจะกันน้ำท่วม คนที่มารับเราก็คือ
 พ่อของคนที่เราต้องการมาพบ เราพากันเดินไปที่ใต้ถุนบ้าน เจ้าตูบวิ่งมาต้อนรับอย่างเป็นมิตร 
ผมละสายตาจากเจ้าตูบ แล้วมองผ่านสูงขึ้นไป ที่บนแคร่ไม้ ร่างหญิงสาว 
ที่ไม่น่าเชื่อว่าเธออายุราว ๒๔ ปี เธอคือ ชุติมา เฉลิมถ้อย” สาวโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค
 (บางปะอิน อยุธยา) 
 ชุติมา เป็นใคร ผมไม่รู้จักเธอหรอก และไม่เคยเกี่ยวข้องใด ๆ กับเธอทั้งสิ้น 
คงจะมีเพียงฐานะเดียวที่ดูจะห่างไกลแต่ใช้กันบ่อยเหลือเกินคือ 
ฐานะเพื่อนร่วมโลก” ชุติมาป่วยเป็นโรคมะเร็งโพรงจมูก ระยะสุดท้าย
 เธอไม่กินอาหารมา ๒ อาทิตย์แล้ว ทำให้ร่างกายเธอทรุดลงมาก เธอพูดขึ้นเบา ๆ ว่า
 ใครมา” “เก๋ไง” ตะวันที่ปลายฟ้าตอบ เธอยกมือไหว้ ในท่าที่นอนตะแคงอยู่
 แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก โดยมีพ่อซึ่งดูแลอย่างใกล้ชิด
 “ชุติมา” เป็นพนักงานบริษัทเดียวกับตะวันที่ปลายฟ้า เธอเป็นคนขยันและนิสัยดี
 ก่อนหน้านี้ เธอไปผ่าตัดเนื้องอกในโพรงจมูก แต่ต่อมา มันก็ได้กลายเป็นเนื้อร้าย
 เกาะกินสังขารของเธอ ด้วยรายได้ที่น้อยนิด กระนั้น บริษัทฯ ที่จ้างเธอก็ยังจ่ายค่าแรงเธอทุก ๆ เดือน 
แม้เธอจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้นานกว่าครึ่งปีแล้ว
 ส่วนสามีของเธอนั้น โชคร้าย ต้องออกจากงานด้วยพิษเศรษฐกิจ 
และไปหางานรับจ้างก่อสร้างรายวันแถว ๆ นั้น 
 ผมไม่อาจมองสภาพของเธอได้นาน หลบหน้ามาคุยกับญาติ ๆ ที่รายล้อม
 พร้อมกับเด็กหญิงหน้าตาบ๊องแบ้ว และเด็กชายที่ดูจะเหนียมอาย 
เธอคือ แก้ม (น้องสาว) และ กานต์ (พี่ชาย) สองพี่น้อง วัย ๔ ขวบ และ ๕ ขวบ 
กว่าจะขอถ่ายรูปได้ พวกเขาอาจจะรับรู้ได้ว่าแม่เป็นอะไร
 แต่ไม่รู้หรอกว่าแม่จะอยู่กับพวกเขาได้นานขนาดไหน ตากับยายของแก้มและกานต์
 มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าวโพดหวานขาย นอกจากนี้ก็ไม่มีรายได้อื่นอีก 

ผมไม่อาจพูดหรือตั้งคำถามใด ๆ สำหรับหนูน้อยสองคนนี้ มากนัก จำต้องระวังปากระวังคำอย่างมาก
 ไม่กล้าถามเรื่องแม่ของพวกเขา และทั้งสองก็ยังดูไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้าอย่างเรา แก้มและกานต์ 
ยังคงจะต้องมีชีวิตและอนาคตต่อไปอีกยาวไกล แต่แม่ของพวกเขาจะต่อสู้กับโรคร้าย
ที่กัดกินร่างกายของเธอไปได้นานสักเพียงใด แล้วใครจะเป็นผู้ดูแลเธอทั้งสอง 


   
 ขอเชิญบริจาคเงินช่วยเหลือ และเป็นทุนการศึกษา
 สำหรับ แก้ม และกานต์ ที่บัญชี นางสาว ชุติมา เฉลิมถ้อย ธนาคารไทยพาณิชย์ 
สาขาถนนโรจนะ (อยุธยา)  เลขที่บัญชีออมทรัพย์  782-2 24508-2
(คุณพ่อของเธอเป็นคนถือบัตรเอทีเอ็มไว้) 
  

ขอบุญกุศล ที่ท่านได้กระทำในครั้งนี้ จงนำพาชีวิตของท่านและครอบครัว ไปสู่ความสุขความเจริญ มีโชคลาภ ชนะหมู่มาร แคล้วคลาดเคราะห์ร้าย ไร้ทุกข์โศกโรคภัย มาใกล้กราย ขออนุโมทนา
หมายเหตุ ภาพที่นำมาลงนี้ ได้ขออนุญาตจากคุณพ่อ และ ญาติ ๆ ของเธอแล้ว





เกิดชาติหน้าก็ขอให้สวยๆ,หล่อๆรวยๆนะครับ
เพื่อนของฉัน เพื่อนของฉันคนนี้ชื่อ น.ส ชุติมา หรือ ติ
ทำงานบริษัทเดียวกับฉันเป็นคน จ.อ่างทอง
เธออายุเพียงแค่ 24 ปี เธอมีลูกสองคน ขวบกับ 6ขวบ

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ช่ายน่ารักทั้งคู่
เพื่อนของฉันมีความสุขกับชีวิตครอบครัว พ่อ แม่ ลูก
อนาคตไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองรวมทั้งเพื่อนฉันด้วย 

ตอนนี้ชีวิตเธอน่าสงสาร เธอเป็นมะเร็งโพงจมูกระยะขั้นสุดท้าย
ชีวิตของเธอเหลือเวลาอีกไม่นานที่จะอยู่กับครอบครัว

และลูกของเธอสิ่งที่เธอห่วงที่สุด
ในตอนนี้คือลูกของเธอที่เป็นแก้วตาดวงใจของเธอจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีแม่ยังเล็กทั้งคู่
ฉันจึงอยากจะให้เพื่อนๆในโลกใบนี้ที่ได้รับ mail ของฉัน

แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆของท่านให้กับเพื่อนของฉันด้วย
ชีวิตของเธอเหลือเวลาอีกไม่นานและเธอต้องจาก
โลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ (ฉันมีโอกาสช่วยเธอได้มากกว่านี้หรือเปล่า)
ขอขอบคุณผู้ที่มีน้ำใจทุกท่าน
ติดต่อให้การช่วยเหลือ 08-02609848 คูณ พัชรี(ติ้ก) 

วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คู่แฝด


               

     
                                       


























คุณอาจเคยได้ รับ fw. เมล์ลักษณะนี้และอาจจะเคยสงสัยว่า เรื่องราวที่ส่งมาเป็นจริงหรือเปล่า ?
ถ้าโอนเงินไปแล้วคนที่ขอความช่วยเหลือจะได้รับจริงหรือเปล่า
Fw. เมล์อื่นดิฉันไม่รู้ แต่เมล์นี้ทำขึ้นด้วยเจตนาที่อยากช่วย เหลือน้องแฝดจริงๆ
ไม่แน่ใจว่าหลายคนเคยได้ ยินข่าวคราวของแฝดสยามปิ่น-ปานหรือเปล่า
น้องทั้งคู่เกิดมาตัวติดกันมีขาคนละข้าง ใช้เส้นประสาทร่วมกัน
ทำให้ไม่สามารผ่าตัดแยก เด็กทั้งสองได้ แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นคือ
น้องมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย เนื่องจากไม่มีรูทวาร
หมอจึงต้องเจาะผนังหน้าท้อง และดึงปลายลำไส้ให้โผล่ออกมา เพื่อให้น้องได้ถ่ายอุจจาระ
ในวันที่ 31 สิงหาคม นี้น้องแฝดจะได้รับการฝ่าตัดเพื่อแต่งรูทวารครั้ง แรก
และยังต้องมีครั้งต่อๆ ไปอีกน้องถึงจะเชื่อมลำไส้กับรูทวารได้
ค่าใช้จ่ายเท่าที่ทราบมาคือเป็นหลักแสน
ทุกๆ เดือนจ ะมีค่าใช้จ่ายทั้งค่านม ซึ่งน้องต้องกินนมธัญพืชเพราะมี 1 ใน 2 คนแพ้นมวัว
ค่าแพมเพิส ค่าผ้าทำแผล ถุงใส่อุจจาระที่หน้าท้องและแผ่นบล๊อกลำไส้
เจลประสานเนื้อกับแผ่นบล๊อกซึ่งถือว่าแพงสำหรับ คนที่มีฐานะอย่างครอบครัวของน้องแฝด
ดิฉันไป เห็นเองกับตาว่าเวลาที่ต้องเปลี่ยนแผ่นบล๊อกและถุงอุจจาระหน้า ท้องนั้นน้องเจ็บมาก
ตอนนี้น้องไม่ได้ใส่ถุงนั้นเพราะ ทางบ้านไม่มีเงินซื้อ
ดังนั้นตรงรอบๆ แผลที่มีลำไส้โผล่ออกมาจะมีเลือดซึมตลอด หมอบอกว่าเป็นเพราะทางบ้านไม่ใส่ ถุงอันนี้ให้น้อง
อุจจาร ะซึ่งมีความเป็นกรดจึงกัดเนื้อรอบๆ แผลจนแดง
รบกวนผู้มีจิศรัธทา และผู้ใจบุญ หรือใครที่กำลังคิดจะทำบุญก็ลอง พิจารณาดูในกรณีของน้องแฝดด้วยเถอะค่ะ
น้องน่าสงสารจริงๆ แค่ลำพังร่างกายที่ติดกันก็ทำให้การ ดำเนินชีวิตลำบากอยู่แล้ว
ถ้าใครต้องการช่วยน้องก็สามารถ โอนเงินเข้าบัญชีของคุณวาสนา เชื้ออ่อน ซึ่งเป็นคุณแม่ของน้องได้ค่ะ
หมายเลขบัญชี 3810408918  ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาชุมแสง
หรือโทรไปสอบถามรายละเอียดได้โดย ตรงที่ 089 6384482
และ ถ้าใครอยากทราบรายละเอียดเพ ิ่มเติมก็ติดตามชมได้ในรายการ ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร
ชมย้อนหลังที่ www.thaipbs.or.th/RealLife
*** ถ้าใครไม่สะดวกทางทุนทรัพย์ก็ ช่วย fw. ต่อเยอะๆ นะคะ

ขอให้บุญกุศลส่งผลให้ผู้ใจบุญทุกคนมีความสุข สมหวังในทุกๆ สิ่งที่ปราถนา นะคะ

 

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แสงไฟในเศษฟืน::ถ้าเราพอจะช่วยได้..ยาย.. รอ...

คำสอนของยายทอง  ขอปล้องกลาง
ชีวิตหญิงชราวัย 81 ปี ที่ต่อสู้ชีวิต  ด้วย การ'ขายเศษฟืน'
ยายทอง คือยายที่เราเคยไปถ่ายทำสารคดีเรื่อง  แสงไฟในเศษฟืน

แล้วได้รับรู้ว่าชิวิตของยายนั้นต้องอยู่ อย่างลำบากในเพิงสังกะสีเก่าๆ
ไม่ต่างจากกองขยะ ที่ทั้งอุดอู้ สกปรก  และไม่สามารถกันแดดฝนอะไรได้เลย

ยายต้องเดินเท้าหลายกิโลพร้อมกับก ระสอบฟืน ขวดน้ำเก่าๆ  และร่มคันหนึ่ง
ใช้พยุงตัวเองมาเรื่อยๆให้ถึงหน้า โรงเรียนบุญวัฒนาเพื่อขอขึ้นรถโดยสาร
(ที่บางคันจอดรับ และบางคันก็ไม่ให้ยายขึ้น) ไปยังหน้าร้านทอง
สามแยกตลาดแม่กิมเฮง

'1  บาท เศษไม้ขอแลกเศษเงิน  ขอบคุณลูกหลาน..ที่ช่วยต่อชีวิตให้ ยาย'
ประโยคหนึ่งในเศษกระดาษเก่ายับที่ วางอยู่หน้ากองฟืน
ได้คนขับสามล้อแถวนั้นเขียนทิ้งไว้ ให้
เผื่อว่าคนที่ผ่านไปมาจะได้เห็นว่า

ที่มุมเสาไฟฟ้านั้นมีอีกชีวิตที่รอ คนเมตตา
ซึ่งความจริงนั้นบางวันยาย...
อาจได้แค่คนที่หยุดมองอย่างสงสัยแต่ ก็ไม่มีใครสนใจจะซื้อเศษไม้ไร้ค่านั้นเลย
สั ก ค น เ ดี    


เราส่งเมลล์นี้มา ด้วยความที่อยากช่วยเหลือยาย
แต่ไม่รู้จะช่วยด้วยวิธีไหน
อยากให้เพื่อนๆช่วยForward mail นี้ต่อกันไปเรื่อยๆ
เผื่อว่าคนที่อยู่โคราช  และมี โอกาสผ่านไป
ถนนเส้นย่าโม สามแยกทางเข้าตลาดแม่กิมเฮง  ตรงเสา ไฟฟ้า  หน้าร้านทอง
เพื่อนๆจะเห็นคนแก่คนหนึ่ง ที่ไม่มีอะไรเลย
 นั่งอาศัยเงาจากเสาไฟฟ้า
เพื่อขายของบางอย่าง  ที่คนสมัยนี้เค้าไม่ได้ต้องการแล้ว
แต่ 'ฟืน' มัน ก็เป็นเหมือนความหวังเดียวที่ยายมี
ทางออกเดียวที่ยายเห็น
จากดวงตาที่พร่ามัวเกือบบอดด้วยโรคชรา
และหูที่ตึงจนเกือบไม่ได้ยินแล้
ถ้าเพื่อนไม่ได้ผ่านไปก็ช่วย Forward mail นี้ต่อๆกันไปที
ถือว่าเป็นการทำบุเท่าที่เราทำได้  เผื่อ ว่าวันหนึ่ง
จะมีใครสักคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ
ยายทอง  ให้ เป็นอยู่ในสภาพที่ดีกว่านี้....

-------------------------------------
จาก forward mail : 6 กรกฏาคม 2553 

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คู่แท้ไม่ต้องมีปฏิหารย์ สองตายาย

จาก forward mail ; 2 กรกฏาคม 2553
-------------------------------------------------------------

คุณตาคนนี้   ผม เห็นกับตาเอง   ตอนขับรถไปสะพานหิน

( สถานที่ท่อง เที่ยวของพวกวัยรุ่นในตัวเมืองภูเก็ตและเป็นที่พวกหนุ่มๆๆสาวๆๆ ขอบไปนั่งพลอดรักกันตอนกลางคืน )

ผมรู้มาว่า   ตอนที่คุณยายยังสบายดีอยู่   และเดินเหินได้

คุณตาได้สัญญากับ คุณยายว่า   ไม่ว่าจะเดินไม่ได้หรือเกิดอะไรขึ้น ก็ตาม

คุณตาสัญญาว่าจะพาคุณยายนั่งรถวนรอบสะพาน หินทุกวัน   และเวลาผ่านไป นานกว่า

10   ปี   คุณตาก็ยังรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับคุณยาย

ไม่ได้คิดจะลืมเลือนเลย   และทุกวันจริงๆๆ   ด้วยรถคันที่เห็นในรูปนี้

ตากับยายจะไปด้วย กันตลอด



คิดดูแล้วกัน   เดือนๆนึง   เราเสียค่าโทรศัพท์ไปเดือนๆล่ะกี่บาท   ไม่ต่ำกว่า

500   บาทเป็นอย่างน้อยแน่นอน   ค่ากินวันล่ะ  200  ค่าน้ำมัน วันล่ะ  150

ค่าเสื้อผ้า   ค่าของ จุก จิกไม่ต่ำกว่า  2000  บาท    ร่วมๆๆก็  13000

กว่าบาทเข้าไปแล้ว กับเพียงแค่   เดือนล่ะ  100  ให้กับคนคน นึง   โดยที่เงิน  100

ที่เสียไป   สามารถช่วยให้ชีวิตคนสองคนมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ อีกอย่??งน้องนึงวัน

คิดดูซิ   หากคนสิบคนช่วยกัน   คนล่ะ 100  ต่อเดือน

คุณก็สามารถช่วย ให้เข้าสองตายายมีข้าวมีปลากินไปสิบวัน



มีคนบางคนบอกว่าทำ ชั่วนะง่าย   กว่าทำดีเยอะ

แต่คราวนี้คุณ สามารถทำความดีได้ด้วยตัวคุณเองเพียงแค่กดปุ่ม  forward  และ

send  แค่สองคลิ๊กเท่า นั้น   หากคุณคิดว่า   เงิน  100  ไร้สาระ

ไม่อยากเสียให้กับ คนที่คุณไม่รู้จักแล้วล่ะก็

ขอเพียงอย่างน้อย ช่วยส่งเมล์นี้ต่อให้กับที่คุณรู้จัก   เพื่อน   พี่น้องก็พอ